วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ปาลิโอ เขาใหญ่

                             ปาลิโอ เขาใหญ่ (Palio Khao Yai )

IMAGE

ปาลิโอ เขาใหญ่ (Palio Khao Yai )

            สถานที่ช็อปปิ้ง ที่สวยงาม Palio Khao Yai walking street & shopping center ที่นี่สะดุดตาด้วยการออกแบบและสร้างเป็นแบบ ถนน walking street ช็อปปิ้ง เหมือนเมืองโบราณทางยุโรป ร้านค้ามากมายที่ตั้งอยู่ใน ปาลิโอ นี้ มีร้านของแต่งบ้าน เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ งาน design ต่างๆ ร้านไวน์ Coffee Shop Pub & Restaurant Bakery ร้านเสริมสวย ร้านหนังสือ ศูนย์อาหาร ร้านขายของเก่าและของมือสอง ร้าน IT และอีกมากมาย

ปาลิโอ้ เป็นสถานที่เหมาะให้คนมาพักผ่อน เดินเที่ยว ถ่ายรูป ช็อปปิ้ง เหมือนเดินในเมืองอิตาลีเลยค่ะ คำว่า Palio เป็นภาษาอิตาลีนะค่ะ แปลว่า รางวัลค่ะ  และสำหรับตอนนี้เราสามารถไปพักที่ ปาลิโอ้ได้แล้วค่ะ เนื่องจากได้เปิดบริการ Palio Inn ห้องพักสไตล์ บูติค เปิดให้บริการแล้ว ห้องพักอยู่ในบริเวณ Palio Khao Yai walking street & shopping center มีทั้งหมด 12 ห้อง  แต่ละห้องตกแต่ง ไม่เหมือนกันซึ่งมีความสวยงามแตกต่างกันไป

เพื่อนๆ คนไหนยังไม่เคยไปลองไปดูนะค่ะ รับรองได้รูปสวยๆ มาเพียบแน่นอนค่ะ 
ป.ล. Palio เขาใหญ่ เปิดบริการทุกวัน 
ตั้งแต่เวลา 10.00 - 22.00
ไม่เสียค่าเข้าชมนะคะ

สถานที่ท่องเที่ยวจ.ขอนแก่น

บางแสน 2
         ตั้งอยู่ที่บ้านหินเพิง ตำบลท่าเรือ อยู่ห่างจากอำเภอเมืองไปประมาณ 53 กิโลเมตร ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปเขื่อนอุบลรัตน์ แต่อยู่ก่อนถึงเขื่อนอุบลรัตน์มีทางทางแยกไป บรรยากาศโดยรอบของชายหาดริมทะเลสาบน้ำจืดเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ สวยสะดุดตาเมื่อพระอาทิตย์ฉายส่องลงมาในยามเย็นกระทบกับทิวเขาภูเก้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลัง กิจกรรมกีฬาทางน้ำที่น่าสนใจก็คือ การบริการให้เช่าจักรยานน้ำ, บานาน่า โบ๊ต, ห่วงยาง นอกจากนี้ยังมีบริการอาหารเลิศรสที่ปรุงจากปลาภายในอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ ได้แก่ ปลานิล, ปลาเนื้ออ่อน, ปลาช่อน ฯลฯ ช่วงเทศกาลสำคัญ หรือ วันหยุด มักจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปชมธรรมชาติ และเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมาก
พัทยา 2
         ตั้งอยู่ที่บ้านหนองกุงเซิน ห่างจากอำเภอเมืองไปประมาณ 78 กิโลเมตร เป็นทะเลสาบขนาดประมาณ 20 ไร่ มักจะมีผู้คนท้องถิ่นมาพักผ่อนหย่อนใจ เพราะนอกจากจะมีทัศนียภาพที่งดงามโดยมีเทือกเขาภูพานคำตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลังแล้ว ยังได้นั่งรับประทานปลาน้ำจืดนานาชนิด (ที่หาได้จากทะเลสาบนี้เอง)บรรยากาศที่เย็นสบาย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมทางน้ำให้เลือกเล่นมากมายเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อน

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นแหล่งที่มีสัตว์ป่าชุกชุมมาก ในบางโอกาสขณะขับรถยนต์ไปตามถนน จะสามารถ
เห็นสัตว์ป่าเดินผ่านหรือออกหากินตามทุ่งหญ้า หรืออาจจะเห็นโขลงช้างออกหากินริมถนน ลูกช้างเล็กๆ ซนและ น่ารักมาก บริเวณตั้งแต่ที่ชมวิวกิโลเมตรที่ 30 จนถึงปากทางเข้าหนองผักชี ตลอดจนโป่งต้นไทร ในปัจจุบันถ้า ขับรถยนต์์ขึ้นเขาใหญ่ทางด่านตรวจเนินหอมข้ามสะพานคลองสามสิบไปแล้ว สามารถเห็นโขลงช้างได้เหมือนกัน สัตว์ป่าที่สามารถพบได้บ่อยๆ และตามโอกาสอำนวย ได้แก่ เก้งกวาง ตามทุ่งหญ้าทั่วๆ ไป นอกจากนี้ยังพบ เสือโคร่ง กระทิง เลียงผา หมี เม่น ชะนี พญากระรอก หมาไม้ ชะมด อีเห็น กระต่ายป่า นกชนิดต่างๆ จำนวน 250 ชนิด จากจำนวนไม่น้อยกว่า 340 ชนิด ที่สำรวจพบอาศัยอยู่บริเวณป่าเขาใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งหาอาหารและที่อาศัย อย่างถาวรนกที่น่าสนใจและพบเห็นได้บ่อย ได้แก่ นกเงือก นกขุนทอง นกขุนแผน นกพญาไฟ นกแต้วแล้ว นกโพระดก นกแซงแซว นกเขา นกกระปูด ไก่ฟ้า และนกกินแมลงชนิดต่างๆ นกเงือกทั้ง 4 ชนิด ซึ่งได้แก่ 
นกกก นกแก๊กนกเงือกกรามช้าง และนกเงือกสีน้ำตาล ที่พบบนเขาใหญ่นับว่าเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักดูนกเป็นอย่างดี เพราะ พบเห็นได้ทั่วไป พวกแมลงที่มีมากกว่า 5,000 ชนิด ที่สวยงามและพบเห็นบ่อยได้แก่ ผีเสื้อ มีรายงาน พบกว่า 216 ชนิด
สภาพทั่วๆ ไปของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นพื้นที่ด้านตะวันตกของเทือกเขาพนมดงรักซึ่งสูงโดดเด่นขึ้นมา จากที่ราบภาคกลางแล้วก่อตัวเป็นแนวเขตของที่ราบสูงโคราช มีเขาร่มเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด 1,351 เมตร เขาแหลมสูง1,326 เมตร เขาเขียวสูง 1,292 เมตร เขาสามยอดสูง 1,142 เมตร เขาฟ้าผ่าสูง 1,078 เมตร เขากำแพงสูง 875 เมตรเขาสมอปูนสูง 805 เมตร และเขาแก้วสูง 802 เมตร ซึ่งวัดความสูงจากระดับน้ำทะเล เป็นเกณฑ์ และยังประกอบด้วย

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เที่ยวภูเก็ตกัน

แหลมพรหมเทพ
อยู่ห่างจากหาดราไวย์ประมาณ 2 กม. เป็นแหลมที่อยู่ตอนใต้สุดของเกาะภูเก็ต ชาวบ้านเรียกว่าแหลมเจ้า บริเวณแหลมพรหมเทพเป็นส่วนที่สวยงามที่สุดส่วนหนึ่งของเกาะภูเก็ต เหนือแหลมพรหมเทพเป็นที่ราบสำหรับจอดรถซึ่งอยู่บนหน้าผาสูงริมทะเล จากหน้าผานี้จะมองเห็นแหลมพรหมเทพทอดยาวออกไปในทะเล จะเห็นเกาะหลายเกาะรวมทั้งเกาะแก้ว ทางด้านขวามือจะเห็นแนวหาดทรายของหาดในหานชัดเจน จากบนหน้าผามีทางเดินลงเขาไปจนถึงสุดแหลมพรหมเทพได้ เป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกได้งดงามยิ่งนัก



หาดป่าตอง
ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 15 กม. ตามเส้นทาง ถนนวิชิตสงคราม หรือ ทางหลวง 4020 ไป 9 กม. เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวง 4029 ไปอีก 6 กม. เป็นอ่าว ที่มีความโค้งมาก หาดทรายงดงามเป็นแนวยาว 9 กม. น้ำทะเลใสสะอาด เหมาะแก่การเล่นน้ำมากที่สุด หาดป่าตอง เป็นที่รู้จักดีในหมู่นักท่องเที่ยวมากที่สุด บริเวณชายหาดจะมี ร้านอาหาร บาร์ รีสอร์ท โรงแรม ระดับตั้งแต่ 3 ถึง 5 ดาว ตั้งเรียงรายอยู่ ที่นี่ดูรวมๆ แล้วก็ไม่ต่างอะไรกับพัทยานัก





น้ำตกกระทู้
เป็นน้ำตกขนาดเล็ก ร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาพรรณ อยู่ห่างจากที่ว่า การอำเภอ 4 กม.
อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

ข้อมูลทั่วไป
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึงอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ก่อนที่ท่านและคณะจะเดินทางขึ้นเขาขอให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตามลำดับ ดังนี้
อุทยานแห่งชาติภูกระดึง1. ติดต่อขอเช่าเต็นท์กับเจ้าหน้าที่บ้านพัก และสำหรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับอนุญษตให้ใช้บ้านพักหรือเต็นท์จากกรมอุทยานแห่งชาติมาแล้วกรุณาแจ้งให้เจ้าหน้าที่งานบ้านพัก ณ อาคารติดต่อที่พัก ซุ้มหมายเลข 1 ทราบ
2. สำหรับนักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์มาเอง ติดต่อชำระค่าขอใช้สถานที่กางเต็นท์ในอัตรา 30 /คน/คืน ณ อาคารติดต่อที่พัก ซุ้มหมายเลข 2 และในกรณีที่เต็นท์ทางอุทยานแห่งชาติภูกระดึงเต็มท่านจะต้องชำระค่าขอใช้สถานที่กางเต็นท์ในอัตราข้างต้นเช่นเดียวกัน และท่านสามารถติดต่อเช่าเต็นท์ได้บนยอดเขา
อุทยานแห่งชาติภูกระดึง3. สำหรับนักท่องเที่ยวท่านใดหรือคณะใด นำบรรจุภัณฑ์ต่างมา เช่นขวดแก้ว, ขวดพลาสติก, ซองพลาสติก,กล่องกระดาษ หรือ ที่ย่อยสลายเองตามธรรมชาติไม่ได้หรือต้องใช้เวลาในการย่อยสลายนาน ท่านจะต้องติดต่อมัดจำบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ตามที่ทางอุทยานแห่งชาติภูกระดึงกำหนดไว้ แล้ววันลงเขาให้ท่านนำบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวที่เป็นขยะมารับเงินมัดจำนั้นคืน พร้อมทั้งทางอุทยานแห่งชาติภูกระดึงจะออกใบประกาศเกียรติคุณให้ท่านเพื่อแสดงว่าท่านเป็นผู้ที่เสียสละและบำเพ็ญประโยชน์ต่ออุทยานแห่งชาติภูกระดึง ซุ้มหมายเลข 3
4. ติดต่อจ้างหาบสัมภาระได้ที่อาคารสัมภาระในอัตราราคากิโลกรัมละ 10 บาท ซุ้มหมายเลข 4
5. ชำระค่าธรรมเนียมเดินขึ้นเขาได้ที่ซุ้มจำหน่ายบัตรค่าธรรมเนียม ในอัตราเด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท ชาวต่างประเทศ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท ในกรณีที่เป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา เมื่อยืนประจำตัวทางอุทยานแห่งชาติ จะเก็บค่าธรรมเนียมขึ้นเขาในอัตรา 10 บาท ผู้สูงอายุตั้งแต่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปจะต้องแสดงบัตรประจำตัวของท่านเพื่อไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมขึ้นเขา ซุ้มหมายเลข 5
อุทยานแห่งชาติภูกระดึงลักษณะภูมิประเทศ 
สภาพทั่วไปของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เป็นภูเขาหินทรายยอดตัดอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของที่ราบสูงโคราช ใกล้กับด้านลาดทิศตะวันออกของเทือกเขาเพชรบูรณ์ ลักษณะโครงสร้างทางธรณีของภูกระดึงเกิดขึ้นในมหายุค Mesozoic เป็นหินในชุดโคราช ประกอบด้วยชั้นหินหมวดหินภูพานหมวดหินเสาขัว หมวดหินพระวิหาร และหมวดหินภูกระดึง พื้นที่ส่วนใหญ่ของภูเขาอยู่ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางระหว่าง 400-1,200 เมตร มีพื้นที่ราบบนยอดเขากว้างใหญ่คล้ายรูใบบอน ประกอบด้วยเนินเตี้ยๆ ยอดสูงสุดคือ ภูกุ่มข้าว สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,350 เมตร สภาพพื้นที่ราบบนยอดภูกระดึงมีส่วนสูงอยู่ทางด้านตะวันตกและตะวันออกเฉียงใต้ พื้นที่ค่อยๆ ลาดเทลงมาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทำให้ลำธารสายต่างๆ ที่เกิดจากแหล่งน้ำบนภูเขาไหลไปรวมกันทางด้านนี้ เป็นแหล่งต้นน้ำของลำน้ำพอง ซึ่งหล่อเลี้ยงเขื่อนอุบลรัตน์และเขื่อนหนองหวาย ในจังหวัดขอนแก่น

อุทยานแห่งชาติภูกระดึงลักษณะภูมิอากาศ 
ภูมิอากาศของอุทยานแห่งชาติภูกระดึงบริเวณที่ระดับต่ำตามเชิงเขา มีสภาพโดยทั่วไปใกล้เคียงกับบริเวณอื่นๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนตุลาคม ฝนตกชุกที่สุดระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน อุณหภูมิเฉลี่ยรายปี 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดในเดือนมกราคม และอุณหภูมิสูงสุดในเดือนเมษายน สภาพอากาศทั่วไปบนยอดภูกระดึง แตกต่างจากสภาพอากาศในที่ราบต่ำเป็นอย่างมาก โดยปริมาณน้ำฝนจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30 ของปริมาณน้ำฝนบนที่ต่ำ เนื่องจากอิทธิพลของเมฆ/หมอกที่ปกคลุมยอดภูกระดึงเป็นเนืองนิจ ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคมอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยระหว่าง 0-10 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยระหว่าง 21-24 องศาเซลเซียส ส่วนในฤดูร้อนระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยระหว่าง 12-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยระหว่าง 23-30 องศาเซลเซียส อากาศบนยอดภูกระดึงมักจะแปรปรวน มีเมฆหมอก ลอยต่ำปกคลุมบ่อยครั้ง อากาศจึงค่อนข้างเย็นตลอดปี
" พระธาตุเชิงชุมคู่บ้าน พระตำหนักภูพานคู่เมือง งามลือเลื่องหนองหาน และตระการปราสาทผึ้ง
สวยสุดซึ้งสาวผู้ไทย ถิ่นมั่นในพุทธธรรม "
 
สกลนคร นครแห่งการแสวงหา ได้ชื่อว่าเป็นเมืองพุทธศาสน์ พระธาตุ 5 แห่ง แหล่งอารยธรรม 3 พันปี ตามตำนานเล่าว่า เมื่อสมัยพุทธศตวรรษที่ 16 เมืองหนองหานหลวงในอดีต หรือสกลนครในปัจุบันนั้น สร้างขึ้นในยุคที่ขอมมีอำนาจในดินแดนนี้ โดยขุนขอมราชบุตรเจ้าเมืองอินทรปัฐนคร ผู้ซึ่งอพยพครอบครัวและบ่าวไพร่ชาวเขมรมาสร้างเมืองใหม่ที่ริมหนองหานหลวง มีเจ้าปกครองเรื่อยมา จนถึงสมัยพระยาสุวรรณภิงคาระเวลานั้นเกิดฝนแล้ง ข้าวยากหมากแพง เจ้าผู้ครองเมืองจึงต้องพาราษฎรอพยพกลับไปเขมร หนองหานจึงกลายเป็นเมืองร้างอยู่ระยะหนึ่ง ต่อมาเมื่ออิทธิพลขอมเสื่อมลง เมืองหนองหานหลวงตกไปอยู่ในความปกครองของอาณาจักรล้านช้าง เรียกชื่อเมืองว่า "เมืองเชียงใหม่หนองหาน" ซึ่งแสดงว่า เมืองหนองหานมีความสัมพันธ์กับเวียงจันทน์เสมอมา ก่อนที่อิทธิพลกรุงเทพฯ จะเข้าไปถึงสกลนคร เมื่อประมาณ พ.ศ. 2321-2322
 
ครั้งถึงสมัยรัชกาลที่ 3 ปรากฏเจ้าเมืองชื่อ พระบรมราชา (มั่ง) เจ้าเมืองสกลทวาปี ในขณะนั้นไปเข้าข้างเจ้าอนุวงศ์ ซึ่งเป็นกบฏยกทัพเข้ามากวาดต้อนผู้คนทางภาคอีสาน พระบรมราชา (มั่ง) เข้าข้างเจ้าอนุวงศ์ อพยพครอบครัวไปอยู่ที่เมืองมหาชัยก่องแก้ว เหลือแต่กรรมการเมืองผู้น้อยทิ้งไว้เฝ้าเมือง ต่อมา พ.ศ. 2373 โปรดเกล้าฯ ให้พระสุนทรราชวงศา (ปุต) เจ้าเมืองยโสธร ซึ่งทำความดีความชอบ เมื่อครั้งปราบกบฏ เจ้าอนุวงศ์มารักษาเมืองสกลทวาปี ต่อมาจึงโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระยาประจันตประเทศวาปี และเปลี่ยนชื่อจากเมืองสกลทวาปีเป็นเมืองสกลนคร
 
อาณาเขตและการปกครอง :
ทิศเหนือ จดจังหวัดหนองคาย และนครพนม
ทิศใต้ จดจังหวัดกาฬสินธุ์ อุดรธานี นครพนม
ทิศตะวันออก จดจังหวัดกาฬสินธุ์ และนครพนม
ทิศตะวันตก จดจังหวัดอุดรธานี และหนองคาย
 
สกลนคร อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย ห่างจากรุงเทพฯ โดยทางรถยนต์ 647 กิโลเมตร และห่างจากแม่น้ำโขงตรงที่ตั้งจังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นเส้นพรมแดนประเทศไทย กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประมาณ 90 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 9,605.76 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ 4 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองสกลนคร อำเภอกุสุมาลย์ อำเภอกุดบาก อำเภอพรรณานิคม อำเภอวาริชภูมิ อำเภอส่องดาว อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอวานรนิวาส อำเภออากาศอำนวย อำเภอบ้านม่วง อำเภอพังโคน อำเภอคำตากล้า กิ่งอำเภอนิคมน้ำอูน กิ่งอำเภอเต่างอย กิ่งอำเภอโคกศรีสุพรรณ และกิ่งอำเภอเจริญศิลป์
 
ระยะทางระหว่างอำเภอเมือง-อำเภอต่างๆ
- อำเภอกุดบาก 56 กิโลเมตร
- อำเภอกุสุมาลย์ 40 กิโลเมตร
- อำเภอคำตากล้า 119 กิโลเมตร
- อำเภอนิคมน้ำอูน 77 กิโลเมตร
- อำเภอบ้านม่วง 124 กิโลเมตร
- อำเภอพรรณานิคม 41 กิโลเมตร
- อำเภอพังโคน 55 กิโลเมตร
- อำเภอสว่างแดนดิน 82 กิโลเมตร
- อำเภอวาริชภูมิ 71 กิโลเมตร
- อำเภอวานรนิวาส 85 กิโลเมตร
- อำเภอโคกศรีสุพรรณ 24 กิโลเมตร
- อำเภอเต่างอย 28 กิโลเมตร
- อำเภอส่องดาว 101 กิโลเมตร
- อำเภออากาศอำนวย 82 กิโลเมตร
- กิ่งอำเภอเจริญศิลป์ 112 กิโลเมตร
 
ระยะทางระหว่างจังหวัด
สกลนคร-นครพนม ระยะทาง 90 กิโลเมตร
สกลนคร-มุกดาหาร ระยะทาง 119 กิโลเมตร
สกลนคร-กาฬสินธุ์ ระยะทาง 128 กิโลเมตร
สกลนคร-อุดรธานี ระยะทาง 159 กิโลเมตร
สกลนคร-ขอนแก่น ระยะทาง 205 กิโลเมตร
สกลนคร-อุบลราชธานี ระยะทาง 286 กิโลเมตร
 
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ (รหัสทางไกล 042)
ททท.สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เขต 4 จ.นครพนม
513-490-1
ตำรวจท่องเที่ยว1155
ตำรวจทางหลวง713-971
การบินไทย712-259-60
สกลนครอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จำกัด711-016
หจก. ภูพานการท่องเที่ยว712-676
แกรนด์ทัวร์711-754
รพ.สกลนคร711-722
รพ.สว่างดินแดน721-111
รพ.พังโคน771-222
รพ.วานรนิวาส791-122
รพ.วาริชภูมิ781-187
รพ.กุสุมาลย์769-023
รพ.โคกศรีสุพรรณ713-550
รพ.คำตากล้า796-046
รพ.อากาศอำนวย799-000
รพ.กุดบาก784-021
รพ.เต่างอย761-021
รพ.ส่องดาว786-026
รพ.พระอาจารย์ฝั้น779-105
รพ.นิคมน้ำอูน789-015