วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ตลาดน้ำอโยธยา

ตลาดน้ำอโยธยา แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ เป็น บนเนื้อที่ 60 ไร่ ตั้งอยู่ที่เดียวกับปางช้างอโยธยาข้าง วัดมเหยงคณ์ จะเรียกได้ว่าเป็นตลาดน้ำที่ยิงใหญ่ที่สุดในเมืองอยุธยา เป็นตลาดย้อนยุคแบบโบราณ แวดล้อมไป ด้วยธรรมชาติ แบบไทยพื้นบ้านและสายน้ำ จัดแบ่งเป็นโซนๆ ตลาดน้ำอโยธยามีร้านค้ามากถึง 249 ร้าน ประกอบ ด้วยเรือสินค้า ขายอาหาร 50 ลำ ตลาดนัดชุมชนวิถีไทกว่าอีก 40 ร้าน และร้านค้าต่างๆ อีก 159 ร้าน มีสะพานเดิน ริมแม่น้ำเพื่อ เลือกซื้อสินค้าจากกลุ่มชาวบ้านต่างอำเภอ หรือสินค้า OTOP มากมายหลากหลายชนิด
จุดเด่นอีกเรื่องหนึ่งที่ ตลาดน้ำอโยธยา ได้นำมารวบรวมไว้ที่นี่ คือการนำชื่ออำเภอทั้งหมดของ จังหวัดพระนคร ศรีอยุธยาทั้งหมด มาตั้งเป็นชื่ออาคาร สถานที่ เพื่อให้ผู้ที่มาเยือนได้รู้จักสินค้าของแต่ละอำเภอ และสามารถ จดจำชื่ออำเภอต่างๆของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เป็นอย่างดี เช่น ตลาดบางซ้าย เครื่องจักรสาน ตลาดบางบาล ขนมของฝาก ตลาดบางปะหัน โรตี, ขนม, ของฝาก ตลาดเสนา กุ้งสด, ปลาเผา ลานการแสดง กรุงศรีอยุธยาเป็นต้น ถือได้ว่า ตลาดน้ำอโยธยา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้ผู้ที่มาเยือนได้ศึกษาเรียน รู้วิถีชีวิตความ เป็นอยู่ อย่างไทย เห็นคุณค่าของศิลปะและ วัฒนธรรมของไทยแผ่นดินอันอบอุ่นของไทย ที่บรรพชนรุ่นก่อนได้ต่อสู้เพื่อ ให้อนุชนรุ่นหลังได้มีที่อยู่ที่อาศัยและควรรักษาๆไว้ให้ดีอีกนาน

คนสำคัญประจำบ้าน - พลพล

ตลาดน้ำอัมพวา


สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายริมคลองแบบสมัยก่อนโดยมีแม่น้ำลำคลองเป็นเส้นทางสายหลักในการเดินทางแล้วละก็ ตลาดน้ำอัมพวาที่จังหวัดสมุทรสงครามแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ต้องมาสัมผัสกัน

ตลาดน้ำอัมพวาแห่งนี้เป็นตลาดยามเย็น จะเริ่มต้นกิจกรรมต่างๆกันตั้งแต่เวลา 15.00น. ไปจนถึง 21.00 น. โดยประมาณ ที่นี่จะมีร้านค้าขายสินค้ามากมายหลายประเภททั้งของกิน ของใช้ เรียงรายอยู่ 2 ฝั่งคลอง อีกทั้งยังมีพ่อค้าแม่ค้าที่พายเรือมาขายด้วย ของที่มาขายในเรือจะเน้นของกินเป็นหลักไม่ว่าจะเป็น ปลาหมึกย่างพร้อมกับน้ำจิ้มรสเด็ด กุ้งแม่น้ำตัวโต หอยเซลปิ้งสดสด หรือจะเป็นพวกผัดไทยอีก 1เมนูที่ไม่ควรพลาดก็มีให้เลือกชิมกันมากมายหลายร้าน และที่ขาดไม่ได้ก็จะเป็นพวกผลไม้สดใหม่จากสวน

พวกขนมโบราณแบบไทยแท้ก็มีชิมกันหลากหลายประเภท อาทิเช่นขนมลืมกลืน ขนมชื่อแปลกแต่รสชาติถูกปาก หรือว่าจะเป็นขนมหม้อแกงที่ใส่มาในหม้อดินเผาใบน้อย ก็น่าสนใจซื้อหากลับไปลิ้มลองความอร่อยเหมือนกัน ของขึ้นชื่ออีกอย่างของจังหวัดสมุทรสงครามที่หาซื้อได้จากที่นี่ก็คือ ปลาทูนึ่งตัวอวบอ้วนจากแม่กลอง โดยจะมีสโลแกนประจำตัวด้วยว่า “ปลาทูนึ่งแม่กลองต้องหน้างอ คอหัก” จะเพราะอะไรและทำไมต้องเรียกแบบนี้คงต้องตามไปดูกัน

นอกจากจะได้อิ่มหนำกับรสชาติอาหารแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นที่น่าสนใจด้วย อย่างเช่น การนั่งเรือไปไหว้พระที่วัดริมแม่น้ำแม่กลอง พร้อมกับชมบรรยากาศสองฟากฝั่งคลอง และอีกหนึ่งอย่างเมื่อได้มาถึงอัมพวาก็คือ การนั่งเรือไปดูหิ่งห้อยที่บินออกมาส่องแสงเรืองรองในยามค่ำคืน จะมีค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 60-80 บาทต่อคน หรือจะเช่าเหมาเรือเป็นหมู่คณะเลยก็ได้

สำหรับคอเพลงรุ่นเก่าจะพลาดไม่ได้เลยกับ “บ้านครูเอื้อ สุนทรสนาน” ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชม ซึ่งจะมีของใช้ส่วนตัวของครูเอื้อให้เราได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก อีกทั้งยังสามารถซื้อหาแผ่นเพลงของครูเอื้อได้อีกด้วย

ถ้าใครยังติดใจบรรยากาศคึกคักกับตลาดริมน้ำ หรืออยากจะสัมผัสความเงียบสงบในแบบบ้านพักริมน้ำที่นี่ก็ยังมีที่พักแบบโฮมสเตย์ไว้รองรับสำหรับผู้มาเยือน และถ้ามีโอกาสได้พักสักหนึ่งคืน รับรองว่าจะต้องติดใจในความมีชีวิตที่อัมพวาแห่งนี้อย่างแน่นอน

ภูชี้ฟ้า


ภูชี้ฟ้าเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งไม่ควรพลาด ภาพขณะดวงตะวันค่อยๆ โผล่พ้นขอบฟ้าและทะเลหมอกขาวแผ่คลุมกว้างไกล มียอดดอยโผล่เหนือทะเลหมอกราวเกาะแก่ง กับแนวหน้าผาอันชันเป็นเอกลักษณ์จนกลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดฮิต คือความงามที่สะกดตาผู้มาเยือนในท่ามกลางความหนาวเย็นทุกคน

ภูชี้ฟ้ามีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,600 เมตร เป็นส่วนหนึ่งของเทือกดอยผาหม่นซึ่งอยู่ตรงรอยต่อพรมแดนไทย-ลาว เมื่อทะเลหมอกจางแล้วจะเห็นแม่น้ำโขงไหลขนานไปกับแนวเทือกเขาดอยผาหม่น

การมาชมทะเลหมอกที่ภูชี้ฟ้าไม่สามารถพักแรมบนยอดดอยนักท่องเที่ยวต้องเดินจากบริเวณลานจอดรถขึ้นไปถึงยอดภู โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที ดังนั้นจึงควรเตรียมตัวให้มาถึงก่อนรุ่งสาง ช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ดอกนางพญาเสือโคร่งตามริมทางเดินจะผลิดอกงามคอยต้อนรับ

- ขึ้นไปชมทิวทัศน์เวลา 04.30-18.30 น.
- ที่ทำการวนอุทยานภูชี้ฟ้า โทร.0-5391-8764 (ตู้สาธารณะ)
- สอบถามรายละเอียดข้อมูลการดินทางสู่ภูชี้ฟ้าได้ที่ศูนย์ริการนักท่องเที่ยว อ.เทิง ที่ว่าการ อ.เทิง โทร.0-5379-5345
- มีที่กางเต็นท์พักแรมใกล้สำนักงานวนอุทยานภูชี้ฟ้า ไม่เสียค่าธรรมเนียม
- ทะเลหมอกที่ภูชี้ฟ้ามีทุกวันในช่วงหน้าฝนจึงถึงหน้าหนาว แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือตั้งแต่เดือน พ.ย.-ก.พ.

ภูทับเบิก


หนึ่งใน UNSEEN THAILANDกับแหล่งท่องเที่ยวที่มีอากาศบริสุทธิ์และเย็นสดชื่นต้อนรับผู้มาเยือนตลอดทั้งปี ”ภูทับเบิก” เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อมองลงมาจะเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม เพราะเป็นยอดเขาที่เป็นลักษณะเตียนโล่ง และอยู่ในร่องลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยที่พัดมาตลอด ทำให้มีอากาศเย็นสบาย ที่บนภูทับเบิกแห่งนี้เราสามารถขึ้นมาดูทะเลหมอกได้ตลอดทั้งปี

นอกจากวิวที่สวยงามบนนี้แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยก็คือไร่กระหล่ำกว้างใหญ่ ที่ปลูกอยู่บนยอดเขาหลายลูกในลักษณะขั้นบันได ที่นี่ถือเป็นแหล่งปลูกกระหล่ำที่มากที่สุดในประเทศ กระหล่ำดอกโตสีเขียวที่มีอยู่มากมายมองดูสวยแปลกตา จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากพากันมาถ่ายรูปเก็บภาพความสวยงามที่บนยอดภูแห่งนี้ แล้วถ้าเกิดติดใจอยากจะซื้อติดไม้ติดมือมาก็ขอซื้อกันจากผู้ปลูกที่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้งกันได้เลย มาถึงถิ่นกันแบบนี้รับรองได้ถึงความสด กรอบ และที่สำคัญราคาก็ถูกมากอีกด้วย


สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมาชมและชิมกระหล่ำสดๆจากไร่จะต้องมาช่วงเดือนกรกฎาคมไปจนถึงประมาณเดือนตุลาคม กระหล่ำกำลังงามและโตเต็มที่ พร้อมที่จะให้ตัดเอาไปขายกันแล้ว ถ้าเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป บรรยากาศหนาวเย็นพร้อมกับความสวยงามของทะเลหมอกขาวโพลนจะเข้ามาแทนที่ รวมถึงไม้เมืองหนาวต่างๆจะเริ่มผลิบานมารอคอยนักท่องเที่ยว ช่วงธันวาคมถึงมกราคม เราอาจจะได้เห็นภูทับเบิกเป็นสีชมพูไปทั่วจากดอกนางพญาเสือโคร่งที่บานในช่วงฤดูหนาวของทุกปี

เกาะเสม็ด


ไประยองต้อง”เกาะเสม็ด” เชื่อได้เลยว่าถ้าพูดถึงจังหวัดระยองขึ้นมา ก็คงจะหนีไม่พ้นที่นี่แน่นอน เกาะเสม็ดแห่งนี้มีตำนานพ่วงท้ายมาด้วย เพราะเชื่อกันว่า”เกาะแก้วพิสดาร” ที่ถูกกล่าวถึงในวรรณคดีของท่านสุนทรภู่ยอดกวีแห่งเมืองแกลงก็คือที่เกาะเสม็ดแห่งนี้

เกาะเสม็ดถูกจัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วยความสวยงามท้องน้ำทะเลที่ไม่สวยไม่น้อยไปกว่าทะเลในฝั่งอันดามัน อีกทั้งการเดินทางไปมาก็สะดวกสบายใช้เวลาไม่มากก็ถึงตัวเกาะแล้ว และที่สำคัญเกาะเสม็ดสามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

บนตัวเกาะเองก็มีแหล่งท่องเที่ยวแยกย่อยเป็นอ่าวต่างๆมากมาย โดยที่แต่ละอ่าวหรือแต่ละหาดก็ยังมีความสวยงามที่แตกต่างกันไป อย่างเช่น ที่อ่าวพร้าว ถ้าอยากจะดูพระอาทิตย์ให้สวยที่สุดก็ต้องมาที่นี่ ถ้าเป็นอ่าววงเดือนก็เป็นอ่าวที่มีความหลากหลายให้เลือกได้ทั้งส่วนที่ต้องการความสงบนั่งดูเกลียวคลื่น หรือต้องความความคึกคัก มีชีวิตชีวา ที่อ่าวนี้ก็มีให้เลือกอีกเช่นกัน สำหรับคนที่ชอบทำกิจกรรมหรือเล่นกีฬาทางน้ำหาดทรายแก้วจะตอบความต้องการให้มากที่สุดแถมยังเป็นที่นิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาเกาะเสม็ดแห่งนี้มากที่สุดด้วย หรือใครที่ชอบชื่นชอบกับความงามใต้ท้องทะเลก็เลือกมาที่อ่าวประการังหรืออ่าวกิ่วก็ได้

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์



อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย ที่งดงามไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวบนเขา ถ้ำ น้ำตก เดินป่า กางเต้นท์พักแรมกลางป่า ทั้งมีรีสอร์ต และบ้านพักของอุทยานฯ ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว ถ้าจะเที่ยวในแบบขอพักอยู่ตามบ้านชาวบ้านที่ยินดีรับแขกเข้าพัก โดยใช้ชีวิตประจำคล้ายสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว จะยิ่งซาบซึ้ง ได้สัมผัสกับน้ำใจ อาหาร และขนบธรรมเนียมประเพณีชาวเหนืออย่างดื่มด่ำ

บนยอดดอยอินทนนท์ มีผืนป่าดิบดึกดำบรรพ์อันกว้างใหญ่สมบูรณ์ปกคลุม ซึ่งน้อยคนนักจะได้สัมผัสธรรมชาติที่แท้จริงของภูเขาที่สูงที่สุดของประเทศ ในอดีตมีเพียงเส้นทางเล็ก ๆ ตัดขึ้นไปสู่ป่าลึกอันชุ่มชื้นและหนาวเย็น จึงจะได้พบเห็นกล้วยไม้และพันธุ์ไม้ป่าที่สวยงามและหายากยิ่ง นับแต่รองเท้านารีอินทนนท์ที่ค้นพบเป็นแห่งแรกบนดอยนี้ เอื้องกำเบ้อ ซึ่งเป็นกล้วยไม้จำพวกซิมบิเดียม มีสีเหลืองทอง ยังมีกุหลาบพันปีที่มีลำต้นสูงใหญ่กว่ากุหลาบแดงบนภูหลวงและภูกระดึงมากมายนัก อีกทั้งดอกไม้ป่าอีกหลายชนิดที่ขึ้นดารดาษทั่วหุบเขา สลับกับพันธุ์ไม้จำพวกเฟิร์น ออสมันดา และอื่น ๆ เทือกเขาสูงมิได้มีเพียงยอดสูงสุด คือ ดอยอ่างกาหลวงเท่านั้น ทว่าเทือกเขาดอยอินทนนท์นั้นคือแนวทิวเขาสลับซับซ้อนตอนหนึ่งของเทือกเขาถนนธงชัยอันพาดผ่านชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือลงไป มียอดดอยอินทนนท์ เป็นยอดสูงสุด สูงถึง 2,565 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นที่ประดิษฐานกู่พระอัฐิของพระเจ้าอินทวิชานนท์ ผู้ครองเชียงใหม่องค์ที่ 7 และเป็นที่ตั้งของสถานีเรดาร์ของกองทัพอากาศไทย ไม่ว่าฤดูกาลใด อากาศเย็นตลอดปี ราว 5 ? 18 องศาเซลเซียส

สะพานข้ามแม่น้ำแคว


สะพานแห่งประวัติที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่จังหวัดกาญจนบุรีแห่งนี้ มีประวัติและเรื่องราวสืบทอดกันมาเนิ่นนาน ให้ลูกหลานได้รำลึกถึงเรื่องราวของความโหดร้าย การสูญเสียที่ล้วนแล้วแต่เกิดมาจากสงครามทั้งสิ้น

สะพานที่มีความยิ่งใหญ่ในเรื่องราวของประวัติความเป็นมาแห่งนี้เริ่มขึ้นเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นช่วงของสงครามมหาเอเชียบูรพา สะพานและทางรถไฟสายนี้เป็นเส้นทางที่กองทัพทหารญี่ปุ่นสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อไปยังประเทศพม่า โดยใช้แรงงานจากเฉลยศึกของฝ่ายสัมพันธมิตรจากอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดา และนิวซีแลนด์ โดยประมาณ ๖๑,๗๐๐ คน ยังไม่รวมถึงจำนวนของกรรมกรที่เป็นชาวจีน ญวน ชวา มลายู พม่า อินเดียและคนไทย

หลายหมื่นชีวิตต้องจบสิ้นลงบนเส้นทางสายนี้เนื่องมาจากความยากลำบากทั้งจากธรรมชาติเอง ความเหน็ดเหนื่อย การขาดแคลนอาหาร จนนำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บ และความโหดร้ายทารุณจากภาวะของสงคราม ว่ากันว่ามีการเปรียบเทียบหนึ่งไม้หมอนของทางรถไฟสายมรณะคือหนึ่งชีวิตที่ต้องแลก

สะพานข้ามแม่น้ำแควที่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายนี้ใช้เวลาในการสร้างแค่เพียง 1 เดือนเท่านั้น โดยแรงงานคนทั้งหมด ตอนกลางสะพานจะสร้างด้วยเหล็กจากมลายูเป็นชิ้นๆมาประกอบเข้าด้วยกัน โดยแบ่งเป็นช่วงทั้งหมด11 ช่วง ในส่วนหัวและท้ายของสะพานสร้างจากโครงไม้ สะพานมีความยาวทั้งหมดประมาณ 300 เมตร แต่ในปัจจุบันสะพานข้ามแม่น้ำแควได้มีการปรับปรุงใหม่หลักจากที่สะพานแห่งนี้เกิดการชำรุดจากการถูกโจมตีทางอากาศของทหารฝ่ายสัมพันธมิตรนั่นเอง เราสามารถขึ้นไปเดินดูความสวยงามบนสะพานพานแห่งนี้ได้ด้วย และจะมีจุดพักเป็นช่วงๆให้เราได้หยุดดูรถไฟวิ่งผ่านเราไปอย่างใกล้ชิดจนแทบจะลืมหายใจเวลาที่รถไฟวิ่งด้วยความเร็วห่างตัวไปไม่กี่คืบเท่านั้น และเพื่อระลึกถึงสะพานข้ามแม่น้ำแควและรถไฟสายมรณะเส้นนี้ ในทุกปีจะมีการจัดงาน งานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว ขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงช่วงต้นเดือนธันวาคม ซึ่งจะมีการแสดงนิทรรศการในทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี การแสดงพื้นบ้าน การออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง และการแสดง แสง สี เสียงอย่างสวยงามตระการตา

วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555

งานประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำ ณ คลองลาดชะโด

     

ททท. พระนครศรีอยุธยา ชวนร่วมงาน “ประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำ” ในวันที่ 2 ส.ค. 55 ณ คลองลาดชะโด อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา พบกับกิจกรรมภายในงาน เช่น ชมการตกแต่งเรือแห่เทียนพรรษาทางน้ำ การประกวดตกแต่งบ้านเรือนริมคลองลาดชะโด การละเล่นพื้นบ้านลาดชะโด การจัดแสดงภาพถ่าย ฯลฯ
       
       จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ อ.ผักไห่ เทศบาลตำบลลาดชะโด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำ ในวันพฤหัสบดีที่ 2 ก.ค. 55 ณ คลองลาดชะโด อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมกันสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทย และพัฒนาตลาดลาดชะโดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
       
       นายเกรียงศักดิ์ พิมพันธ์ดี นายกเทศมนตรีตำบลลาดชะโด กล่าวว่า การจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำในปีนี้มีหลายกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น ชมการตกแต่งเรือแห่เทียนพรรษาทางน้ำ การประกวดตกแต่งบ้านเรือนริมคลองลาดชะโด การละเล่นพื้นบ้านลาดชะโด การจัดแสดงภาพถ่าย วิถีชีวิตชาวลาดชะโด การจำลองบรรยากาศตลาดน้ำลาดชะโด และในปีนี้จะได้พบกับการแสดง แสง สี เสียง ชุด สายน้ำแห่งชีวิต ลิขิตวิถีลาดชะโด ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างวัดลาดชะโด โรงเรียนลาดชะโด โรงเรียนลาดชะโดสามัคคี และชุมชน อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา
       
       นายปราโมทย์ ทรัพย์เย็น ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ททท. ได้ร่วมกับ สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัยเสนอขายรายการนำเที่ยว “กินหรู อยู่สบาย สไตล์ภาคกลาง คาราวานครอบครัวสุขสันต์” มหัศจรรย์เมืองไทย ระหว่างวันที่ ๒-๔ สิงหาคม ๒๕๕๕ ในช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษา และร่วมชมงานประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำ ณ คลองลาดชะโด ในเส้นทางพระนครศรีอยุธยา-สุพรรณบุรี-สระบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาคภาคกลาง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงและพักค้างคืนต่อไป
       
       สำหรับผู้สนใจสามารถข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาลตำบลลาดชะโด โทร. 0-3574-0263 หรือ ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยา 0-3524-6076-7

ป่าปิด ภูกระดึง

ป่าปิด ภูกระดึง

 ท่องป่าปิด ชมเมเปิ้ลเปลี่ยนสีที่ภูกระดึง จ.เลย

          เมเปิ้ลเปลี่ยนสีอาจมีอยู่หลายแห่งในเมืองไทย แต่จะหาที่ไหนสวยงามไปกว่าเมเปิ้ลในป่าปิดข องภูกระดึงนั้นไม่มี

          อาณาเขตป่าปิดด้านทิศเหนือบน ภูกระดึง นอกจากเป็นเขตป่าอนุรักษ์แล้ว ยังเป็นที่รวมของลำธารเล็ก ๆ หลายสาย ซึ่งไหลผ่านผืนป่าแห่งนี้ ก่อเกิดเป็นน้ำตกน้อยใหญ่สวยงามหลายแห่ง และริมลำธารเหล่าเป็นถิ่นของต้นเมเปิ้ล ที่ทุกฤดูหนาวจะพากันเปลี่ยนสีใบเป็นสีแดงสด บ้างก็ร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน เป็นภาพที่งดงามที่สุด โดยเฉพาะต้นเมเปิ้ลที่อยู่หน้าน้ำตกขุนพอง ซึ่งต้องขออนุญาตก่อนเข้าไปเที่ยวชม

          ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาเช้าราว 08.00 - 10.00 น.
          ฤดูกาลที่ดีที่สุด : เดือนธันวาคม
          จุดชมวิวที่ดีที่สุด : บริเวณน้ำตกถ้ำใหญ่ น้ำตกผาน้ำผ่า น้ำตกขุนพอง

          เส้นทางการเดินทาง จาก จ.เลย ใช้ทางหลวงหมายเลข 201 ผ่าน อ.วังสะพุง ถึง อ.ภูกระดึง แยกขวาเข้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เดินเท้าขึ้นภูใช้เวลาราว 3-4 ชั่วโมง ควรมีเวลา 1 วัน ในการเที่ยวป่าปิด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อที่ ททท.สำนักงานเลย โทร. 042 812 812

เปราะภูในสายหมอก ที่แปกดำ ภูหลวง จ.เลย


ภูหลวง

ภูหลวง จ.เลย

 เปราะภูในสายหมอก ที่แปกดำ ภูหลวง จ.เลย

          มนต์ขลังของฤดูฝนบนภูหลวงนั้น คือสายหมอกฉ่ำเย็น นี่เป็นเวลาของดอกเปราะภูสีชมพู ซึ่งจะพากันบานสะพรั่งทั้งผืนป่า

          ล่วงถึงต้นฤดูฝนราวเดือนมิถุนายน บนภูหลวง จังหวัดเลย นั่นคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของดอกไม้ต้นฤดูฝน ซึ่งพากันผลิดอกสวยงามขึ้นอยู่ตามลานหิน เช่น โคกนกกระบาและลานสุริยัน แต่ไกลออกไปในป่าสนบริเวณที่เรียกว่า "แปกดำ" เดินเท้าถึงได้ในเวลาชั่วโมงเศษ ๆ ที่นั่น ดอกเปราะภูสีชมพู (Caulokaempferia violacea) สวยสดกำลั งพากันออกดอกสะพรั่งทั้งผืนป่า มีเวลาสวยที่สุดอยู่แค่เดือนเดียว พลาดปีนี้ต้องรอปีหน้าถึงจะมีใหม่โอกาสอีกครั้ง

          ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : เวลาที่มีหมอกลงส่วนมากเป็นช่วงเช้า
          ฤดูกาลที่ดีที่สุด : กลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม
          จุดชมวิวที่ดีที่สุด : ป่าสนบริเวณที่เรียกว่า "แปกดำ"

          เส้นทางการเดินทาง จาก จ.เลย ใช้ทางหลวงหมายเลข 203 สู่ อ.ภูเรือ ก่อนถึงบริเวณบ้านสานตม มีทางแยกซ้ายเข้าสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ด้านโคกนกกระบาระยะทางราว 28 กิโลเมตร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อที่ ททท.สำนักงานเลย โทร. 042 812 812

ปลาการ์ตูน

ปลาการ์ตูน ที่หมู่เกาะสุรินทร์
 ชมทะเลสวยกับถิ่นปลาการ์ตูน ที่หมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา 

          หมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งที่มีปะการังน้ำตื้นที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย เป็นแหล่งดำน้ำชมปลาการ์ตูน และเต่าทะเลที่หาดูได้ยาก

          หมู่เกาะสุรินทร์ ประกอบด้วยเกาะใหญ่ 2 เกาะคือ เกาะสุรินทร์เหนือและสุรินทร์ใต้ ตั้งอยู่กลางทะเลอันดามัน ห่างจากท่าเรือคุระบุ รี จังหวัดพังงา ราวชั่วโมงครึ่ง โดยการเดินทางด้วยเรือเร็ว นอกจากน้ำทะเลใส หาดทรายขาว ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ที่นี่ยังเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวเลเผ่ามอเก็น เป็นบ้านแสนสวยของปลาการ์ตูนที่พบมากบริเวณอ่าวช่องเขาขาด นอกจากนี้ ที่เกาะบอน หมู่เกาะสิมิลันซึ่งอยู่ใกล้เคียง ยังเป็นแหล่งดูกระเบนราหูที่ดีที่สุด

          ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : 10.00 - 11.00 น. และ 14.00 - 16.00 น.
          ฤดูกาลที่ดีที่สุด : ปลายเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม
          จุดชมวิวที่ดีที่สุด : ดูปลาการ์ตูนที่ช่องเขาขาด ดูเต่าทะเลที่เกาะตอรินลา

          เส้นทางการเดินทาง จาก จ.ชุมพร ใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ถึง อ.หลังสวน แยกทางหลวงหมายเลข 4006 แล้วมาเจอกับทางหลวงหมายเลข 4 อีกครั้ง ที่บ้านราชกรูด มุ่งหน้าสู่ อ.คุระบุรี ท่าเรืออยู่ก่อนถึงตัวอำเภอ 6 กิโลเมตร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อที่ ททท.สำนักงานกระบี่ โทร. 075 622 163

ภูหินร่องกล้า


ภูหินร่องกล้า

ภูหินร่องกล้า

 ภูหินร่องกล้า มหัศจรรย์ลานหินแตก น้ำตกหมันแดง แหล่งลิ้นมังกรสีชมพู จ.พิษณุโลก 

          ฤดูฝนบนภูหินร่องกล้า คือวันเวลาวิเศษสุดในธรรมชาติ ทั้งพืชพันธุ์นานา โลกของเฟิร์นเขียวขจี และแหล่งกล้วยไม้ลิ้นมังกรสีชมพูที่น้ำตกหมันแดง

          ภูหินร่องกล้า คือความโดดเด่นทางธรณีวิทยา ซึ่งไม่มีที่ใดเหมือนในเมืองไทย เป็นแหล่งรวมของความหลากหลายทางชีวภาพสูงค่า ในช่วงฤดูฝนนอกจาก ลานหินแตก ลานหินปุ่ม จะสวยที่สุดในรอบปี น้ำตกหมันแดง คือ อีกหนึ่งความงามของภูหินร่องกล้าซึ่งพบ กล้วยไม้ลิ้นมังกรสีชมพู (Habenaria rhodochela) และ บีโกเนียสีขาว (Begonia sp.) ขึ้นอยู่หน้าน้ำตกชั้นที่ 5 เป็นสัญลักษณ์ความงามที่พบได้เฉพาะในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึงสิงหาคมของทุกปีเท่านั้น

          ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาเช้าก่อน 09.00 น.
          ฤดูกาลที่ดีที่สุด : ต้นฤดูฝนปลายกรกฎาคมถึงต้นสิงหาคม
          จุดชมวิวที่ดีที่สุด : หน้าน้ำตกหมันแดง ชั้นที่ 5 และบริเวณลานหินแตก

          เส้นทางการเดินทาง จาก จ.พิ ษณุโลก ใช้ทางหลวงหมายเลข 12 เลี้ยวซ้ายที่บ้านแยง กิโลเมตรที่ 68 เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2013 ไปถึง อ.นครไทย เลี้ยวขวาทางหลวงหมายเลข 2331 ถึงอุทยานฯ ภูหินร่องกล้า สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อที่ ททท.สำนักงานพิษณุโลก โทร. 055 252 742-3, 055 259 907

ตระการตาลานผีเสื้อ ในป่าแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี


อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

ผีเสือ ณ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

 ตระการตาลานผีเสื้อ ในป่าแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 

          ผืนป่าแก่งกระจาน คือที่รวมพืชพันธุ์สัตว์ป่านานาชนิด รวมทั้งผีเสื้อกว่า 200 ชนิด ที่พบได้มากมาย ในช่วงฤดูร้อนตามโป่งต่าง ๆ

          ผืนป่าแก่งกระจาน ได้ชื่อว่าเป็นป่าดงดิบผืนกว้างใหญ่ที่สุดของภาคกลาง อุดมสมบูรณ์ด้วยความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพืชและสัตว์ ทุกฤดูร้อนเมื่ออากาศร้อนจัดจนแหล่งน้ำเริ่มแห้งเหือด บรรดาเหล่าผีเสื้อนานาชนิด จะพากันมาหากินเกลือตามดินโป่งหรือแหล่งน้ำแฉะ ๆ มากมาย และบางครั้งอาจพบการอพยพของฝูงผีเสื้อนับแสนตัวอย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญ มีนกหายาก เช่น นกกะลิงเขียดหางหนาม เป็นต้น

          ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเช้าแสงแดดอ่อน ราว 08.00 - 10.00 น.
          ฤดูกาลที่ดีที่สุด : ปลายเดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน
          จุดชมวิวที่ดีที่สุด : กม.10 - 18 ขึ้นเขาพะเนินทุ่งและหลังแคมป์บ้านกร่าง

          เส้นทางการเดินทาง จากกรุงเทพฯ เดินทางโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 35 ต่อด้วยหมายเลข 4 ถึง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 3499 สู่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานต่อด้วยเส้นทางภายในอุทยานฯ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อที่ ททท.สำนักงานเพชรบุรี โทร. 032 471 005-6

เกาะห้อง จ.กระบี่


เกาะห้อง

เกาะห้อง กระบี่

 เกาะห้อง มหัศจรรย์ธรรมชาติ ในป่าเกาะ จ.กระบี่ 

          ในพื้นที่ "ป่าเกาะ" ของจังหวัดกระบี่ เกาะที่สวยที่สุด คือ เกาะห้อง ซึ่งมีหาดทรายสวยที่สุด ฝูงปลามากมายที่สุด และทะเลในมหัศจรรย์ที่สุด

          เกาะห้องเป็นเกาะใหญ่หนึ่งในป่าเกาะ จังหวัดกระบี่ ที่มีเกาะอยู่มากมายนับร้อยเกาะ เกาะแห่งนี้มีจุดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยชายหาดด้านหน้าเกาะที่โค้งเกือบจะเป็นครึ่งวงกลม ร่มรื่น ด้วยแนวป่าชายหาดด้านหลัง น้ำทะเลที่นี่เป็นสีเทอคอยส์ ชวนให้ลงแหวกว่ายไปกับฝูงปลาแสนเชื่อง และทุกเดือนมีนาคม เกาะแห่งนี้จะเป็นที่รวมของฝูงปลาขนาดเล็กมากมาย ที่มาชุมนุมกันอย่างน่าอัศจรรย์ รวมไปถึง ทะเลใน ที่ซ่อนไว้ซึ่งมุมมองอันวิเศษสุดอีกด้านหนึ่งของเกาะ

          ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : 10.00 - 11.00 น. และ 14.00 - 16.00 น.
          ฤดูกาลที่ดีที่สุด : ปลายเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม
          จุดชมวิวที่ดีที่สุด : ชายหาดด้านหน้าและทะเลใน ซึ่งอยู่ด้านทิศเหนือ

          เส้นทางการเดินทาง จากตัว จ.กระบี่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4204 ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 4203 ถึงอ่าวพระนาง แล้วลงเรือที่อ่าวพระนางไปเกาะห้อง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อที่ ททท.สำนักงานกระบี่ โทร. 075 622 163

เที่ยวบึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์



บึงบอระเพ็ด

บึงบอระเพ็ด นครสวรรค์

 บึงสวรรค์ของนกน้ำนับแสนตัว บึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ 

          ฤดูหนาวราวเดือนมกราคม บึงบอระเพ็ด คือแหล่งดูนกที่ดีที่สุด ด้วยนกน้ำจำนวนมากจะมาอาศัยอยู่เป็นบึงน้ำบึงสวรรค์แห่งสรรพชีวิต

          ฤดูกาลเป็นตัวกำหนดให้นกเหล่านี้รู้เองว่า เมื่อถึงวันเวลาฤดูหนาวมาเยือนยังซีกโลกเหนือ อาหารที่จำกัดกับอากาศหนาวเย็น ทำให้นกนับแสนนับล้านตัวต้องอพยพมุ่งหน้าลงใต้ไปยังแหล่งต่าง ๆ ที่พวกมันเคยไป ปริศนาคือว่า พวกมันจดจำเส้นทางบินกลับมายังที่เก่านั้นได้อย่างไร ไม่เคยพลาด และนอกจากจะเป็นแหล่งชีวิตดังกล่าว บึงบอระเพ็ดยังงดงามด้วยทะเลบัวสีชมพู บานสะพรั่งก่อนเก้าโมงเช้าของทุกวัน ซึ่งคุณจะไม่เคยพบเห็นได้จากที่อื่นที่สวยงามเท่านี้

          ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาเช้าราว 07.00 - 09.00 น. และเวลาเย็นยามพระอาทิตย์ตกดิน
          ฤดูกาลที่ดีที่สุด : เดือนมกราคม
          จุดชมวิวที่ดีที่สุด : จุดชมวิวที่ดีที่สุดกลางบึงบอระเพ็ด ที่รวมฝูงนกเป็ดน้ำนานาชนิด

          เส้นทางการเดินทาง จาก จ.นครสวรรค์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 3004 มุ่งไปทาง อ.ท่าตะโก ระยะทาง 20 กิโลเมตร แล้วมีทางแยกซ้ายเข้าสู่อุทยานนกน้ำบึงบอระเพ็ดอีก 4 กิโลเมตร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อที่ ททท.สำนักงานอุทัยธานี โทร. 056 514 982

งานเทศกาลท่องเที่ยวทุ่งดอกกระเจียว


งานเทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวงามจังหวัดชัยภูมิ ประจำปี 2555    
กำหนดการจัดงาน : วันที่ 1 มิถุนายน - 31 สิงหาคม 2555    
สถานที่ : ณ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต และอุทยานแห่งชาติไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ   

เพื่อนๆ ชาวเที่ยวเมืองไทย ที่ยังไม่รู้ว่าจะไปท่องเที่ยวหน้าฝนที่ไหนดี ... วันนี้ เรามีข่าวมาบอกว่า จะมีการจัดงาน “เทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวงามจังหวัดชัยภูมิ” ประจำปี 2555 ขึ้นในระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน - 31 สิงหาคม 2555 ณ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต และอุทยานแห่งชาติไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่น่าสนใจ และน่าไปสัมผัสกับความสวยงามในทุ่งดอกกระเจียวด้วยตัวเองเป็นอย่างมาก


ประเพณีแห่เทียนพรรษาที่อุบล


อุบลราชธานี ดินแดนแห่งปราชญ์ทางพระพุทธศาสนา เป็นถิ่นกำเนิดของพระอาจารย์ทางวิปัสนา คือ พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต พระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล เป็นต้น กล่าวกันว่า เมือง อุบลราชธานีเป็นต้นรากแห่งการขยายพระพุทธศาสนาและวัดวาอาราม ให้แพร่หลายยิ่งกว่าในทุก หัวเมืองในภาคอีสาน
เดิมงานประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี มีจัดเฉพาะตามคุ้มวัดต่างๆ เท่านั้น จนกระทั่งปี พ.ศ. 2444 เมืองอุบลราชธานีจัดงานบุญบั้งไฟ โดยทุกคุ้มจะนำบั้งไฟมารวมกันที่วัดหลวง ริมแม่น้ำมูล มีการแห่บั้งไฟไปรอบเมืองและจุดขึ้นไปบนท้องฟ้าทำให้เกิดอุบัติเหตุ บั้งไฟตกลงมา ถูกชาวบ้านตายในงาน มีการชกต่อย ตีรันฟันแทงกัน ก่อเหตุวุ่นวายไปทั้งงาน กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ผู้สำเร็จราชการเมืองอุบลฯ สมัยนั้น ให้ยกเลิกงานประเพณีบุญบั้งไฟเสีย แล้วให้มาจัดงาน ประเพณีแห่เทียนพรรษาแทน ในสมัยแรกๆ นั้นไม่มีการประกวดเทียนพรรษา แต่ชาวบ้านจะกล่าว ร่ำลือกันไปว่า เทียนคุ้มวัดนั้นงาม เทียนคุ้มวัดนี้สวย
ผู้สำเร็จราชการเมืองอุบลฯ จึงเห็นควรให้มีการประกวดเทียนพรรษาก่อน แล้วแห่รอบ เมือง ก่อนจะนำไปถวายพระที่วัด
เทียนแกะสลัก