วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

หาดกะรน ภูเก็ต



หาดกะรน ภูเก็ต

หาดกะรน เป็นชายหาดที่ยาวที่สุดในเกาะภูเก็ต อยู่ถัดจากหาดกะตะไปทางเหนือ มีเพียงเนินเขาเตี้ย ๆ คั่นอยู่เท่านั้น เหนือชายหาด มีสนทะเล และต้นตาลขึ้นเรียงรายอยู่โดยทั่วไป บริเวณหาดมีเม็ดทรายที่ขาวและละเอียดมาก บริเวณหาดมีคลื่นลมแรง จึงไม่เป็นที่นิยมในการเล่นน้ำมากนัก นักท่องเทียวนิยมนอนอาบแดด เดินผ่อนคลายบริเวณริมหาดเป็นส่วนใหญ่ บริเวณหาดยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพรียบพร้อม แหล่งช้อปปิ้ง และร้านค้าอยู่บริเวณวงเวียนด้านขวาสุดของหาด รวมทั้งสถานบันเทิงยามค่ำคืนอีกด้วย
 
จุดเด่น
- เป็นอีกหนึ่งชายหาดที่มีชื่อเสียงมากของภูเก็ต
- บริเวณหาดมีเม็ดทรายสีขาวและละเอียดมาก
- เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก
- มีโรงแรมรองรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก
- มีแหล่งช๊อปปิ้ง ร้านอาหาร แพ็คเกจทัวร์ สปา ทั้งขนาดเล็กและขนาดกลางเป็นจำนวนมาก
- มีแหล่งท่องเที่ยวยามราตรีสำหรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
- มีจุดรับส่งนักท่องเที่ยวหรือแท็กซี่บริการนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก
- สามารถเดินทางไปยัง หาดกะตะ  หาดกะตะน้อย ได้ เพียงไม่กี่นาที เนื่องจากเป็นหาดที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน
จุดด้อย
- ไม่เป็นที่นิยมสำหรับเล่นน้ำตามชายฝั่ง เนื่องจากมีคลื่นลมแรง
 
การเดินทาง
การเดินมางมายังหาดกะรน สามารถเดินทางมาจากถนนสายหลักได้ทั้งสองเส้นทาง หากมาทางหาดกะตะขับรถมาตามถนนสายหลัก จะอยู่ถัด จากหาดกะตะไปทางด้านทิศเหนือเพียงประมาณ 5 นาที หรืออีกเส้นทางหนึ่งสามารถเดินทางมาจากหาดป่าตองได้เช่นกัน โดยจะใช้เวลา ประมาณ 20 นาที สามารถเดินทางไปถึงหาดได้ทั้งรถยนต์และ รถจักรยานยนต์

หาดป่าตอง ภูเก็ต




หาดป่าตอง ภูเก็ต

ป็นชายหาดที่มีชื้อเสียงมากที่สุดของเกาะภูเก็ต และยังเป็นสถานที่ผักผ่อนที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาผักผ่อนตลอดทั้งปีอีกด้วย ภายในบริเวณมี่บ้านพัก โรงแรม บริษัทนำเที่ยว ร้านค้า ร้านอาหาร แหล่งบันเทิงยามค่ำคืนไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยว ที่อาจจะเรียกได้ว่า เป็นสถานที่ท่องเที่ยว 24 ชม. เลยก็ว่าได้ ณ บริเวณชายหาดยังมีหาดทรายขาวละเอียด เหมาะสำหรับเล่นน้ำทะเล และยังมีกิจกรรมทางทะเล ไม่ว่าจะเป็น เจสกี สปีดโบท และอื่นๆอีกมากมาย ไว้สำหรับรองรับนักท่องเที่ยว อย่างครบครัน
 
จุดเด่น
- เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมากที่สุดของภูเก็ต
- บริเวณหาดมีเม็ดทรายสีขาวละเอียด
- มีแหล่งช๊อปปิ้ง ร้านอาหาร แพ็คเกจทัวร์ สปา ทั้งขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก
- มีโรงแรมรองรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก
- มีกิจกรรมท่องเที่ยวตามชายหาดทุกรูปแบบ
- สามารถเดินทางข้ามไปยัง หาดพาราไดส์ ภูเก็ต ได้ เพียงไม่กี่นาที เนื่องจากเป็นหาดที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน
- มีแหล่งท่องเที่ยวยามราตรีสำหรับนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบและเป็นจำนวนมาก
- มีจุดรับส่งนักท่องเที่ยวหรือแท็กซี่บริการนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก
จุดด้อย
- ที่จอดรถมีจำนวนมากแต่ก็ยังไม่ยังไม่พอสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมาก
- ช่วงเทศกาลพิเศษจะมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นมาก
 
การเดินทาง
การเดินทางมายังหาดป่าตองสามารถมาถึงได้จากสามทางหลัก หากเดินทางมาจากตัวเมืองโดยนับจาก"สนามกีฬาสุระกุลภูเก็ต" จะใช้เวลา ประมาณ 25 นาที หรืออีกเส้นทางที่สองสามารถเดินทางจากหาดกะรนจะใช้เวลาประมาณ 20 นาที และอีกเส้นทางที่สามสามารถเดินทาง มาจากหาดกมลาโดยจะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเช่นกัน โดยทั้งสามทางสามารถเดินทางไปถึงหาดได้ทั้งรถยนต์และ รถจักรยานยนต์
 

ถ้ำมรกต

ถ้ำมรกตถ้ำมรกต ถ้ำมหัศจรรย์กลางทะเล Unseen in Thailand 

" ถ้ำมรกต" เป็นถ้ำที่อยู่บนเกาะมุกต์ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ถ้ำมรกต ถ้ำมหัศจรรย์กลางทะเล จะเข้าออกได้เฉพาะช่วงน้ำลงเท่านั้น ปากถ้ำเป็นโพรงเล็กๆ การเข้าออกจะต้องลอยคอในน้ำ ลอดถ้ำอันมืดมิด ผ่านเส้นทางคดโค้ง น่าตื่นเต้น ระยะทางความยาวก็อยู่ที่ประมาณ 80 เมตร เข้าแถวเรียง 1 ตามคนนำทางที่ช่ำชอง เมื่อพ้นปากถ้ำจะเจอหาดทรายเล็กๆ สีขาว เม็ดทรายละเอียดยิบ เงยหน้ามองดูด้านบนของถ้ำ จะเห็นท้องฟ้าสีครามเป็นหลังคา รู้สึกคล้ายว่าเราได้ยืนอยู่ในบ้าน เพราะเราจะเห็นภูผาสูงลับฟ้าล้อมรอบทิศทาง คล้ายกับฟ้าเป็นเสมือนหลังคาบ้าน ต้นไม้ที่เกาะอยู่ตามหน้าผาสูงชัน บางต้นมีขนาดใหญ่มาก เกาะตามหน้าผาชัน ดอกไม้ป่าก็มีให้เห็นเป็นระยะๆ โพรงที่ลอดเข้าถ้ำมรกตจะอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของตัวเกาะ เมื่อแสงอาทิตย์ทำมุมพอเหมาะทั้งเกาะ เวิ้งของถ้ำก็จกลายเป็นสีเขียวมรกตงดงามมาก
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวถ้ำมรกตคือช่วงที่น้ำขึ้นเต็มที่ในแต่ละวัน เนื่องจากจะเห็นทะเลสาบสีมรกตงดงามและเวลาที่แสงจะลอดปากถ้ำมรกตลงมา คือระหว่าง 10.00-14.00 น. การลอดถ้ำสามารถทำได้ตลอดเวลา เดือนที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวคือระหว่างเดือนธันวาคม


ถึงต้นเดือนพฤษภาคม เวลาน้ำลงเพื่อมุดเข้าถ้ำมรกตได้ หากใครที่ต้องการที่จะเข้าไปจะต้องทำเวลานิดครับ เพราะเราต้องดูน้ำขึ้นน้ำลงด้วย เอาเป็นว่าเชื่อคนเลไว้เป็นดีครับ เพราะเค้าเป็นคนพื้นที่ที่สัมผัสมาตลอด เพื่อความปลอดภัยของเราก็ทำตามที่เค้าบอกก็เป็นดีครับ
จากเหตุการณ์ “สึนามิ” ที่เกิดขึ้นในท้องทะเลอันดามันเมื่อไม่นานมานี้ เกิดความเสียหายมากมายที่เกิดขึ้น จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้การท่องเที่ยวของไทยซบเซาลงไปพอสมควร ในตอนนั้นผม…นายหมูหินยังเป็นนายสบายอยู่เลยครับ แต่ตอนนั้นนายสบายไม่ได้ไปไหนอยู่ในที่ที่น่าเบื่อมาตลอด ตอนนี้ผมมาเป็นนายหมูหินที่อิสระ มีความสุขกับการท่องเที่ยวโบกโบยบินได้ตามใจต้องการ วันนี้เอง…นายหมูหินพาเที่ยวย้อนรอยถ้ำมรกตที่เคยผ่านมรสุมของสึนามิมาแล้ว ใช่ว่าจะน่ากลัว เพราะเมืองไทยก็คือบ้านของเรา หากเราไม่เที่ยวไม่ช่วยกันรักษา ก็คงยากที่จะเป็น Unseen in Thailand แน่นอน นายหมูหินรับประกันครับ
ไม่แปลกใจที่ทำไมถ้ำมรกตจึงมีผู้คนไปเยี่ยมชมไม่ขาดสายเลย ใช่ว่าถ้ำจะมีอะไรที่แปลกไปมากกว่าที่อืนนัก แต่ความตื่นตาตื่นใจ อยู่ที่การว่ายน้ำลอดถ้ำเข้าไป เพราะการที่เราจะเข้าถึงตัวถ้ำได้ต้องใช้ความสามัคคีกันมาก เพราะถ้าหากมือไม่พายเอาเท้าลาน้ำแล้ว ยังเป็นภาระให้เพื่อนๆร่วมทีมอีกด้วย
ชื่อของ “ถ้ำมรกต” ที่เรารู้จักกันดีก็คือการได้เห็นความเขียวของน้ำที่สะท้อนออกมาจากแสงที่ส่องผ่านปากถ้ำ เห็นเป็นสีเขียวมรกตสวยงดงาม ตื่นตาตื่นใจกับการที่ได้เห็นความสวยงามของธรรมชาติ
การเข้าไปดูความสวยงามนั้นเราต้องกระโดดลงน้ำก่อน แล้วทางเรือจะให้เราว่ายน้ำเข้าคิวต่อแถวตามเชือก เพราะว่าคลื่นจะแรงกว่าที่อื่น เนื่องจากว่าเป็นโขดหิน และคลื่นที่ซัดเข้ามาก็จะกระทบและทำให้คลื่นกระแทกกลับมาอีก ทำให้กระแสน้ำแรกพอควร แต่สถานที่ท่องเที่ยวก็ได้ผูกเชือกให้ความสะดวกไว้ เพื่อที่จะได้ไต่เชือกเข้าไป ความสามัคคีนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเราต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ คำโบราณที่ว่า “มือไม่พายเอาเท้าลาน้ำ” ก็คงยังใช้ได้ดี เพราะเราจะต้องเอามือไปเกาะไหล่คนข้างหน้าเอาไว้ ตอนที่เราลอดถ้ำเข้าไปชมความงาม มือเกาะบ่า เท้าก็ต้องทำงานไปด้วย เพื่อที่จะพยุงและช่วยให้ทีมของเราฝ่าคลื่นเข้าไปให้ได้

ทีมไหนมีคนกินแรกเยอะก็จะไปได้ช้าหน่อย ทีมไหนสามัคคีกันก็จะไปได้เร็วมากไม่เสียแรงเยอะ และที่เราต้องสังเกตุให้ดีคือ “เพื่อนร่วมทีม” ที่อยู่ทั้งข้างหน้าข้างหลัง เพราะลูกเรือที่คุมทีมเค้าจะให้เราออกเสียงเป็นจังหวะ เพื่อที่จะได้สังเกตุว่าเพื่อนๆที่อยู่หน้าและหลังเรานั้น อยู่ครบดีหรือปล่าว เพราะการลอดถ้ำมรกตนั้นมืดสนิท ไม่มีแสงใดๆทั้งสิ้น การที่เราส่งเสียงนั้น ทำให้เราสามารถสังเกตุเหตุการรอบข้าวเราได้ว่าเหตุการปกติดี เพื่อนอยู่ครบ และนั่นก็เป็นอีกบรรยากาศหนึ่งที่น่าสัมผัส ความอัศจรรย์ของถ้ำมรกตเหมะสมแล้วที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยกให้ “ถ้ำมรกต” เป็น Unseen Thailand

ผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ


ผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ
รูปแกะสลักโบราณ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้หน้าผามานับพันปี
             อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อยู่ริมชายแดนไทย-กัมพูชา ในเขตอำเภอกันทรลักษณ์ ประกาศจัดตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2531 มีพื้นที่ตามแนวชายแดนตั้งแต่อำเภอน้ำยืนถึงอำเภอกันทรลักษณ์ เนื้อที่ราว หมื่นไร่ บริเวณชายแดนไทยมีจุดชมทัศนียภาพทิวเขาพนมดงรัก แผ่นดินเขมรต่ำ ะสามารถมองเห็นปราสาทเขาพระวิหารซึ่งอยู่ห่างออกไป กิโลเมตรได้ ใต้ลงไปบริเวณผามออีแดงมีภาพสลักหินนูนตํ่ารูปคล้ายนางอัปสราองค์ เป็นศิลปะเขมร อายุราวพุทธศตวรรษที่ 15 เป็นรูปสลักซึ่งเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย
             ผามออีแดงเป็นผาหินสีแดงตั้งอยู่ปลายสุดทางหลวงหมายเลข 221 จะมีถนนและบันไดสู่เขาพระวิหาร มีลักษณะเป็นลานหินธรรมชาติ ริมหน้าผาสูงติดกับพื้นที่ประเทศกัมพูชา เป็นจุดชมทัศนียภาพเขาพระวิหาร ในระยะเพียง 1,000 เมตร ซึ่งมีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรก
ในบริเวณอุทยานฯ มีที่พักให้นักท่องเที่ยวได้พักแรมกันได้ ซึ่งสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดที่พักและสถานที่กางเต็นท์ได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 0 9522 4265, 0 1224 0779 หรือ อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ตู้ ปณ. 14 อ. กันทรลักษณ์ จ. ศรีสะเกษ 33110
โทรศัพท์ 0 4561 9214, 0 4561 9214 หรือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0 2562 0760

วนอุทยานน้ำตกธารงาม


 

วนอุทยานน้ำตกธารงาม
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าขุนห้วยสามทาก ขุนห้วยกองสี ตำบลหนองแสง มีพื้นที่ทั่งหมดประมาณ 78,125 ไร่ ประกาศเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2527 ลักษณะสภาพพื้นที่ของวนอุทยานฯ เป็นภูเขาสูงชัน และเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่ไหลลงสู่ห้วยสามทาก-ห้วยน้ำฆ้องตลอดปี
จุดเด่นที่น่าสนใจภายในวนอุทยานฯ มีหน้าผา ถ้ำที่สวยงาม และมีลานหิน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “แหล” เป็นแหลขนาดใหญ่ เนื้อที่กว้างขวาง มีก้อนหินใหญ่ตั้งวางเรียงรายและซ้อนกันอยู่ และที่จุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่อยู่เบื้องล่างได้  สถานที่พัก วนอุทยานน้ำตกธารงามไม่มีบริการบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะเดินทางไปพักแรม หรือทัศนศึกษา จะต้องนำเต็นท์ไปเอง ติดต่อสอบถามรายละเอียด โทร. 0 4222 1725 การเดินทาง วนอุทยานน้ำตกธารงามอยู่ห่างจากอำเภอหนองแสง 6 กิโลเมตร สามารถให้เส้นทางในการเดินทางได้ 3 เส้นทางได้แก่
เส้นทางแรก  จากอุดรธานี-บ้านเหล่า -โคกลาด- อำเภอหนองแสง ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร
เส้นทางที่สองจากอุดรธานีไปบ้านคำกลิ้ง-บ้านตาด-อำเภอหนองแสง ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร
เส้นทางที่สามจากอุดรธานี-ห้วยเกิ้ง อำเภอหนองแสง ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร
แหล่งข้อมูล: thai.tourismthailand.org

อุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย

อุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย
 
 

มีพื้นที่ประมาณ 686 ตารางกิโลเมตร ในเขตอำเภอบุณฑริกอำเภอนาจะหลวย และอำเภอน้ำยืนมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศลาวและกัมพูชาหรือที่เรียกว่า สามเหลี่ยมมรกตพื้นที่เป็นภูเขาในเทือกเขาพนมดงรัก สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2530

สถานที่น่าสนใจในอุทยานได้แก่
น้ำตกห้วยหลวง(ถ้ำบักเตว) อยู่เลยที่ทำการอุทยานฯไปทางใต้ 3.5 กิโลเมตรรถยนต์เข้าถึงได้ เป็นน้ำตกสูงประมาณ 50 เมตรตกลงสู่หุบเขาที่มีลักษณะเป็นอ่างน้ำขนาดเล็ก มีหาดทรายขาวและน้ำเป็นสีมรกตงดงามมากมีบันไดประมาณสองร้อยกว่าขั้น นักท่องเที่ยวสามารถลงไปชมวิวบริเวณด้านล่างได้ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวคือระหว่างเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์ นอกจากนี้ยังมีทางเดินเท้าจากน้ำตกห้วยหลวง ไปยังน้ำตกจุ๋มจิ๋ม หรือน้ำตกประโอนละออซึ่งเกิดจากสายน้ำที่ไหลลดระดับจากน้ำตกห้วยหลวง
สวนหินพลานยาวเป็นกลุ่มหินรูปร่างแปลกตาตั้งกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปเป็นบริเวณกว้าง
น้ำตกเกิ้งแม่พองอยู่ห่างจากน้ำตกห้วยหลวงไปทางใต้ประมาณ 9 กิโลเมตร ตามทางเดินป่าเป็นน้ำตกที่เกิดจากลำโดมน้อย
แก่งศิลาทิพย์ เป็นแก่งขนาดใหญ่ห่างจากที่ทำการประมาณ 3 กิโลเมตร เกิดจากลำธารห้วยหลวงไหลผ่านลานหินทรายผ่านแก่งหินหักลงเป็นขั้น จนเกิดเป็นน้ำตกขนาดเล็ก บริเวณลานหินกลางลำธารเกิดปรากฎการณ์ “กุมภลักษณ์” คือ หินเกิดเป็นช่องหลุมรูกลมขนาดเล็กใหญ่ตื้นลึกแตกต่างกันไป ตามความแรงของสายน้ำ ดูสวยงามแปลกตา
พลาญกงเกวียนลานหินกว้างที่ด้านหน้ามีกลุ่มหินลักษณะเป็นเพิงตามธรรมชาติมีดอกไม้ป่าและพันธุ์ไม้ขึ้นสลับกันเป็นหย่อมๆและนักเดินทางในอดีตได้ใช้ประโยชน์จากเพิงหินเหล่านี้ในการกำบังแดดและฝนในระหว่างการเดินทางจึงเป็นที่มาของชื่อ “พลาญกงเกวียน” พลาญ หมายถึง บริเวณที่เป็นลานกว้าง กงเกวียนเพี้ยนมาจาก พวงเกวียนที่หมายถึงประทุนเกวียนหรือกระทุนเกวียนที่เป็นสิ่งกำบังแดดบนเล่มเกวียนหรือกระทุนเกวียนที่เป็นสิ่งกำบังแดดบนเล่มเกวียนที่ใช้เป็นพาหนะในการเดินทางในสมัยโบราณ
แก่งสามพันปีและแก่งกะเลา อยู่เลยที่ทำการอุทยานฯ ไปทางทิศใต้ 4 กิโลเมตรรถยนต์เข้าถึง เป็นจุดชมพืชพันธุ์ ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง
แก่งลำดวนอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายอดโดม บนทางหลวงหมายเลข 2248 (น้ำยืน-นาจะหลวย)ห่างจากอำเภอน้ำยืน 14 กิโลเมตร ถึงบ้านหนองบอน มีทางแยกขวาไปอีก 2.6 กิโลเมตรเป็นน้ำตกที่ไหลมาตามธารหินซึ่งมีต้นไม้ร่มรื่นโดยเฉพาะต้นลำดวนซึ่งมีอยู่มากในบริเวณนี้ สามารถลงเล่นน้ำได้มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติผ่านถ้ำและแก่งต่าง ๆ
ภูหินด่างเป็นจุดชมวิวบนหน้าผาสูงมองเห็นทัศนียภาพป่าในเขตประเทศลาวและกัมพูชาซึ่งอยู่เบื้องล่างตามลานหินมีลักษณะทางธรณีวิทยาที่แปลกจากแหล่งอื่นๆคือบนผนังหน้าผาที่เว้าเข้ามานั้นมีปื้นสีชมพูบ้าง แดงบ้างคล้ายใครเอาสีไปป้ายทาไว้เป็นภาพจิตรกรรมโดยธรรมชาติที่สวยงามซึ่งนักธรณีวิทยาอธิบายว่าเป็นหลักฐานบ่งบอกถึงสภาพอากาศที่แห้งแล้วเมื่อประมาณหลายร้อยล้านปีจึงส่งผลให้มีการตกตะกอนของแร่ธาตุบางอย่างในน้ำทะเลก่อให้เกิดลักษณะทางธรณีวิทยาเช่นนี้ นอกจากนี้ยังมีทะเลหมอกในช่วงฤดูหนาว การเดินทางใช้เส้นทางหมายเลข2248 (บุณฑริก-นาจะหลวย) จากอำเภอบุณฑริกประมาณ 15 กิโลเมตรผ่านบ้านหนองเม็กไปจนถึงแซลำดวน ซึ่งเป็นจุดจอดรถแล้วเดินเท้าไปอีก 2 กิโลเมตร


ที่ทำการอุทยานฯตั้งอยู่ที่บ้านแก้งเรือง อำเภอนาจะหลวยห่างจากตัวเมืองอุบลฯประมาณ 150 กิโลเมตร การเดินทาง ไปยังอุทยานฯ มี 2 เส้นทาง คือ1.ใช้เส้นทางสายอุบลราชธานี-เดชอุดม-น้ำยืน-นาจะหลวย 140 กิโลเมตร ก่อนถึงนาจะหลวย10 กิโลเมตร มีทางแยกขวาอีก 8 กิโลเมตรและเส้นทางที่ 2. ใช้เส้นทางอุบลราชธานี-เดชอุดม-บุณฑริก-นาจะหลวย เลยนาจะหลวยไป 10 กิโลเมตรมีทางแยกซ้าย 8 กิโลเมตร

ค่าเข้าชมอุทยานฯ คนไทย ผู้ใหญ่ คนละ 40 บาท เด็กคนละ 20 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ คนละ 200 บาท เด็ก คนละ 100 บาท

อุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอยมีบริการบ้านพักและจุดกางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยวแต่นักท่องเที่ยวต้องนำเต็นท์ไปเองรายละเอียดสอบถามที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร.0 2562 0760 www.dnp.go.thหรือติดต่อที่อุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย ตำบลนาจะหลวย อำเภอนาจะหลวยจังหวัดอุบลราชธานี 34280
แหล่งข้อมูล: thai.tourismthailand.org