วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ตลาดน้ำอโยธยา

ตลาดน้ำอโยธยา แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ เป็น บนเนื้อที่ 60 ไร่ ตั้งอยู่ที่เดียวกับปางช้างอโยธยาข้าง วัดมเหยงคณ์ จะเรียกได้ว่าเป็นตลาดน้ำที่ยิงใหญ่ที่สุดในเมืองอยุธยา เป็นตลาดย้อนยุคแบบโบราณ แวดล้อมไป ด้วยธรรมชาติ แบบไทยพื้นบ้านและสายน้ำ จัดแบ่งเป็นโซนๆ ตลาดน้ำอโยธยามีร้านค้ามากถึง 249 ร้าน ประกอบ ด้วยเรือสินค้า ขายอาหาร 50 ลำ ตลาดนัดชุมชนวิถีไทกว่าอีก 40 ร้าน และร้านค้าต่างๆ อีก 159 ร้าน มีสะพานเดิน ริมแม่น้ำเพื่อ เลือกซื้อสินค้าจากกลุ่มชาวบ้านต่างอำเภอ หรือสินค้า OTOP มากมายหลากหลายชนิด
จุดเด่นอีกเรื่องหนึ่งที่ ตลาดน้ำอโยธยา ได้นำมารวบรวมไว้ที่นี่ คือการนำชื่ออำเภอทั้งหมดของ จังหวัดพระนคร ศรีอยุธยาทั้งหมด มาตั้งเป็นชื่ออาคาร สถานที่ เพื่อให้ผู้ที่มาเยือนได้รู้จักสินค้าของแต่ละอำเภอ และสามารถ จดจำชื่ออำเภอต่างๆของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เป็นอย่างดี เช่น ตลาดบางซ้าย เครื่องจักรสาน ตลาดบางบาล ขนมของฝาก ตลาดบางปะหัน โรตี, ขนม, ของฝาก ตลาดเสนา กุ้งสด, ปลาเผา ลานการแสดง กรุงศรีอยุธยาเป็นต้น ถือได้ว่า ตลาดน้ำอโยธยา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้ผู้ที่มาเยือนได้ศึกษาเรียน รู้วิถีชีวิตความ เป็นอยู่ อย่างไทย เห็นคุณค่าของศิลปะและ วัฒนธรรมของไทยแผ่นดินอันอบอุ่นของไทย ที่บรรพชนรุ่นก่อนได้ต่อสู้เพื่อ ให้อนุชนรุ่นหลังได้มีที่อยู่ที่อาศัยและควรรักษาๆไว้ให้ดีอีกนาน

คนสำคัญประจำบ้าน - พลพล

ตลาดน้ำอัมพวา


สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายริมคลองแบบสมัยก่อนโดยมีแม่น้ำลำคลองเป็นเส้นทางสายหลักในการเดินทางแล้วละก็ ตลาดน้ำอัมพวาที่จังหวัดสมุทรสงครามแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ต้องมาสัมผัสกัน

ตลาดน้ำอัมพวาแห่งนี้เป็นตลาดยามเย็น จะเริ่มต้นกิจกรรมต่างๆกันตั้งแต่เวลา 15.00น. ไปจนถึง 21.00 น. โดยประมาณ ที่นี่จะมีร้านค้าขายสินค้ามากมายหลายประเภททั้งของกิน ของใช้ เรียงรายอยู่ 2 ฝั่งคลอง อีกทั้งยังมีพ่อค้าแม่ค้าที่พายเรือมาขายด้วย ของที่มาขายในเรือจะเน้นของกินเป็นหลักไม่ว่าจะเป็น ปลาหมึกย่างพร้อมกับน้ำจิ้มรสเด็ด กุ้งแม่น้ำตัวโต หอยเซลปิ้งสดสด หรือจะเป็นพวกผัดไทยอีก 1เมนูที่ไม่ควรพลาดก็มีให้เลือกชิมกันมากมายหลายร้าน และที่ขาดไม่ได้ก็จะเป็นพวกผลไม้สดใหม่จากสวน

พวกขนมโบราณแบบไทยแท้ก็มีชิมกันหลากหลายประเภท อาทิเช่นขนมลืมกลืน ขนมชื่อแปลกแต่รสชาติถูกปาก หรือว่าจะเป็นขนมหม้อแกงที่ใส่มาในหม้อดินเผาใบน้อย ก็น่าสนใจซื้อหากลับไปลิ้มลองความอร่อยเหมือนกัน ของขึ้นชื่ออีกอย่างของจังหวัดสมุทรสงครามที่หาซื้อได้จากที่นี่ก็คือ ปลาทูนึ่งตัวอวบอ้วนจากแม่กลอง โดยจะมีสโลแกนประจำตัวด้วยว่า “ปลาทูนึ่งแม่กลองต้องหน้างอ คอหัก” จะเพราะอะไรและทำไมต้องเรียกแบบนี้คงต้องตามไปดูกัน

นอกจากจะได้อิ่มหนำกับรสชาติอาหารแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นที่น่าสนใจด้วย อย่างเช่น การนั่งเรือไปไหว้พระที่วัดริมแม่น้ำแม่กลอง พร้อมกับชมบรรยากาศสองฟากฝั่งคลอง และอีกหนึ่งอย่างเมื่อได้มาถึงอัมพวาก็คือ การนั่งเรือไปดูหิ่งห้อยที่บินออกมาส่องแสงเรืองรองในยามค่ำคืน จะมีค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 60-80 บาทต่อคน หรือจะเช่าเหมาเรือเป็นหมู่คณะเลยก็ได้

สำหรับคอเพลงรุ่นเก่าจะพลาดไม่ได้เลยกับ “บ้านครูเอื้อ สุนทรสนาน” ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชม ซึ่งจะมีของใช้ส่วนตัวของครูเอื้อให้เราได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก อีกทั้งยังสามารถซื้อหาแผ่นเพลงของครูเอื้อได้อีกด้วย

ถ้าใครยังติดใจบรรยากาศคึกคักกับตลาดริมน้ำ หรืออยากจะสัมผัสความเงียบสงบในแบบบ้านพักริมน้ำที่นี่ก็ยังมีที่พักแบบโฮมสเตย์ไว้รองรับสำหรับผู้มาเยือน และถ้ามีโอกาสได้พักสักหนึ่งคืน รับรองว่าจะต้องติดใจในความมีชีวิตที่อัมพวาแห่งนี้อย่างแน่นอน

ภูชี้ฟ้า


ภูชี้ฟ้าเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งไม่ควรพลาด ภาพขณะดวงตะวันค่อยๆ โผล่พ้นขอบฟ้าและทะเลหมอกขาวแผ่คลุมกว้างไกล มียอดดอยโผล่เหนือทะเลหมอกราวเกาะแก่ง กับแนวหน้าผาอันชันเป็นเอกลักษณ์จนกลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดฮิต คือความงามที่สะกดตาผู้มาเยือนในท่ามกลางความหนาวเย็นทุกคน

ภูชี้ฟ้ามีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,600 เมตร เป็นส่วนหนึ่งของเทือกดอยผาหม่นซึ่งอยู่ตรงรอยต่อพรมแดนไทย-ลาว เมื่อทะเลหมอกจางแล้วจะเห็นแม่น้ำโขงไหลขนานไปกับแนวเทือกเขาดอยผาหม่น

การมาชมทะเลหมอกที่ภูชี้ฟ้าไม่สามารถพักแรมบนยอดดอยนักท่องเที่ยวต้องเดินจากบริเวณลานจอดรถขึ้นไปถึงยอดภู โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที ดังนั้นจึงควรเตรียมตัวให้มาถึงก่อนรุ่งสาง ช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ดอกนางพญาเสือโคร่งตามริมทางเดินจะผลิดอกงามคอยต้อนรับ

- ขึ้นไปชมทิวทัศน์เวลา 04.30-18.30 น.
- ที่ทำการวนอุทยานภูชี้ฟ้า โทร.0-5391-8764 (ตู้สาธารณะ)
- สอบถามรายละเอียดข้อมูลการดินทางสู่ภูชี้ฟ้าได้ที่ศูนย์ริการนักท่องเที่ยว อ.เทิง ที่ว่าการ อ.เทิง โทร.0-5379-5345
- มีที่กางเต็นท์พักแรมใกล้สำนักงานวนอุทยานภูชี้ฟ้า ไม่เสียค่าธรรมเนียม
- ทะเลหมอกที่ภูชี้ฟ้ามีทุกวันในช่วงหน้าฝนจึงถึงหน้าหนาว แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือตั้งแต่เดือน พ.ย.-ก.พ.

ภูทับเบิก


หนึ่งใน UNSEEN THAILANDกับแหล่งท่องเที่ยวที่มีอากาศบริสุทธิ์และเย็นสดชื่นต้อนรับผู้มาเยือนตลอดทั้งปี ”ภูทับเบิก” เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อมองลงมาจะเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม เพราะเป็นยอดเขาที่เป็นลักษณะเตียนโล่ง และอยู่ในร่องลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยที่พัดมาตลอด ทำให้มีอากาศเย็นสบาย ที่บนภูทับเบิกแห่งนี้เราสามารถขึ้นมาดูทะเลหมอกได้ตลอดทั้งปี

นอกจากวิวที่สวยงามบนนี้แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยก็คือไร่กระหล่ำกว้างใหญ่ ที่ปลูกอยู่บนยอดเขาหลายลูกในลักษณะขั้นบันได ที่นี่ถือเป็นแหล่งปลูกกระหล่ำที่มากที่สุดในประเทศ กระหล่ำดอกโตสีเขียวที่มีอยู่มากมายมองดูสวยแปลกตา จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากพากันมาถ่ายรูปเก็บภาพความสวยงามที่บนยอดภูแห่งนี้ แล้วถ้าเกิดติดใจอยากจะซื้อติดไม้ติดมือมาก็ขอซื้อกันจากผู้ปลูกที่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้งกันได้เลย มาถึงถิ่นกันแบบนี้รับรองได้ถึงความสด กรอบ และที่สำคัญราคาก็ถูกมากอีกด้วย


สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมาชมและชิมกระหล่ำสดๆจากไร่จะต้องมาช่วงเดือนกรกฎาคมไปจนถึงประมาณเดือนตุลาคม กระหล่ำกำลังงามและโตเต็มที่ พร้อมที่จะให้ตัดเอาไปขายกันแล้ว ถ้าเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป บรรยากาศหนาวเย็นพร้อมกับความสวยงามของทะเลหมอกขาวโพลนจะเข้ามาแทนที่ รวมถึงไม้เมืองหนาวต่างๆจะเริ่มผลิบานมารอคอยนักท่องเที่ยว ช่วงธันวาคมถึงมกราคม เราอาจจะได้เห็นภูทับเบิกเป็นสีชมพูไปทั่วจากดอกนางพญาเสือโคร่งที่บานในช่วงฤดูหนาวของทุกปี

เกาะเสม็ด


ไประยองต้อง”เกาะเสม็ด” เชื่อได้เลยว่าถ้าพูดถึงจังหวัดระยองขึ้นมา ก็คงจะหนีไม่พ้นที่นี่แน่นอน เกาะเสม็ดแห่งนี้มีตำนานพ่วงท้ายมาด้วย เพราะเชื่อกันว่า”เกาะแก้วพิสดาร” ที่ถูกกล่าวถึงในวรรณคดีของท่านสุนทรภู่ยอดกวีแห่งเมืองแกลงก็คือที่เกาะเสม็ดแห่งนี้

เกาะเสม็ดถูกจัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วยความสวยงามท้องน้ำทะเลที่ไม่สวยไม่น้อยไปกว่าทะเลในฝั่งอันดามัน อีกทั้งการเดินทางไปมาก็สะดวกสบายใช้เวลาไม่มากก็ถึงตัวเกาะแล้ว และที่สำคัญเกาะเสม็ดสามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

บนตัวเกาะเองก็มีแหล่งท่องเที่ยวแยกย่อยเป็นอ่าวต่างๆมากมาย โดยที่แต่ละอ่าวหรือแต่ละหาดก็ยังมีความสวยงามที่แตกต่างกันไป อย่างเช่น ที่อ่าวพร้าว ถ้าอยากจะดูพระอาทิตย์ให้สวยที่สุดก็ต้องมาที่นี่ ถ้าเป็นอ่าววงเดือนก็เป็นอ่าวที่มีความหลากหลายให้เลือกได้ทั้งส่วนที่ต้องการความสงบนั่งดูเกลียวคลื่น หรือต้องความความคึกคัก มีชีวิตชีวา ที่อ่าวนี้ก็มีให้เลือกอีกเช่นกัน สำหรับคนที่ชอบทำกิจกรรมหรือเล่นกีฬาทางน้ำหาดทรายแก้วจะตอบความต้องการให้มากที่สุดแถมยังเป็นที่นิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาเกาะเสม็ดแห่งนี้มากที่สุดด้วย หรือใครที่ชอบชื่นชอบกับความงามใต้ท้องทะเลก็เลือกมาที่อ่าวประการังหรืออ่าวกิ่วก็ได้

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์



อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย ที่งดงามไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวบนเขา ถ้ำ น้ำตก เดินป่า กางเต้นท์พักแรมกลางป่า ทั้งมีรีสอร์ต และบ้านพักของอุทยานฯ ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว ถ้าจะเที่ยวในแบบขอพักอยู่ตามบ้านชาวบ้านที่ยินดีรับแขกเข้าพัก โดยใช้ชีวิตประจำคล้ายสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว จะยิ่งซาบซึ้ง ได้สัมผัสกับน้ำใจ อาหาร และขนบธรรมเนียมประเพณีชาวเหนืออย่างดื่มด่ำ

บนยอดดอยอินทนนท์ มีผืนป่าดิบดึกดำบรรพ์อันกว้างใหญ่สมบูรณ์ปกคลุม ซึ่งน้อยคนนักจะได้สัมผัสธรรมชาติที่แท้จริงของภูเขาที่สูงที่สุดของประเทศ ในอดีตมีเพียงเส้นทางเล็ก ๆ ตัดขึ้นไปสู่ป่าลึกอันชุ่มชื้นและหนาวเย็น จึงจะได้พบเห็นกล้วยไม้และพันธุ์ไม้ป่าที่สวยงามและหายากยิ่ง นับแต่รองเท้านารีอินทนนท์ที่ค้นพบเป็นแห่งแรกบนดอยนี้ เอื้องกำเบ้อ ซึ่งเป็นกล้วยไม้จำพวกซิมบิเดียม มีสีเหลืองทอง ยังมีกุหลาบพันปีที่มีลำต้นสูงใหญ่กว่ากุหลาบแดงบนภูหลวงและภูกระดึงมากมายนัก อีกทั้งดอกไม้ป่าอีกหลายชนิดที่ขึ้นดารดาษทั่วหุบเขา สลับกับพันธุ์ไม้จำพวกเฟิร์น ออสมันดา และอื่น ๆ เทือกเขาสูงมิได้มีเพียงยอดสูงสุด คือ ดอยอ่างกาหลวงเท่านั้น ทว่าเทือกเขาดอยอินทนนท์นั้นคือแนวทิวเขาสลับซับซ้อนตอนหนึ่งของเทือกเขาถนนธงชัยอันพาดผ่านชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือลงไป มียอดดอยอินทนนท์ เป็นยอดสูงสุด สูงถึง 2,565 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นที่ประดิษฐานกู่พระอัฐิของพระเจ้าอินทวิชานนท์ ผู้ครองเชียงใหม่องค์ที่ 7 และเป็นที่ตั้งของสถานีเรดาร์ของกองทัพอากาศไทย ไม่ว่าฤดูกาลใด อากาศเย็นตลอดปี ราว 5 ? 18 องศาเซลเซียส